หงส์อาการเริ่มไม่ค่อยดี

อาการเริ่มน่าเป็นห่วงซะอย่างนั้นสำหรับ ลิเวอร์พูล ที่ล่าสุดทำได้เพียงแค่บุกไปเสมอกับ เวสต์แฮม ยูไนเต็ด 1-1 ชนิดที่ทั้งน่าจะแพ้และน่าจะชนะ หากยังจำกันได้เมื่อช่วงต้นฤดูกาล ฟอร์มอารมณ์ประมานนี้ของ “หงส์แดง” พวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้อยู่ร่ำไป ไม่ว่าจะเล่นแย่ขนาดไหนก็เป็นอันสามารถทะลวงประตูคู่แข่งได้อยู่เสมอ  แทงบอลออนไลน์

โดยเฉพาะกับตัวโจ๊กเกอร์ที่เราได้เห็นอยู่บ่อยครั้งกับ ดาเนี่ยล สเตอร์ริดจ์ หรือแม้กระทั่ง ดิว็อค โอริกี้ ก็เคยทำให้ประหลาดใจมาแล้วแต่คราวนี้มันไม่เป็นแบบนั้น แทงบอลออนไลน์

จากกลายเป็นว่า ‘ฟอร์มแชมป์’ ที่ดวงเฮงคู่แข่งมีโอกาสแล้วแต่ทำไม่ได้เอง แต่พวกเขากลับสามารถยิงประตูได้ มันเปลี่ยนไปเป็นอารมณ์ที่ว่า เออ ฟอร์มแบบนี้ไม่แพ้ก็โอเคหากใครได้รับชมเกมการแข่งขันลูกเซ็ตพีชของ “ขุนค้อน” ช่วงครึ่งเวลาแรกนั้นโคตรอันตรายเลยให้ตายเหอะ

จังหวะที่พวกเขาได้ประตูก็มาจากลูกตั้งเตะแบบนั้นแหละครับซึ่งแนวรับของ ลิเวอร์พูล ก็ดูเหวอกันไปหมดไม่เว้นแม้แต่ อลิสซง เบ็คเกอร์ ที่ยังดูมึนๆงงๆอยู่เลยว่า มิเชล อันโตนิโอ หลุดมาได้ยังไงแล้วไม่ล้ำหน้าเหรอ ?

นัดแนะกันมาดี แทคติคนี้ถือว่าเม่งโคตรเฉียบอ่ะ

หลังจากนั้น เวสต์แฮม ก็มีจังหวะแบบนี้อยู่อีกราวๆ 2 ครั้งแต่ ชิชาร์ริโต้ ทำได้ไม่ดีพอรวมถึง เดแคลน ไรซ์ ที่โขกหลุดกรอบไปแบบน่าเหลือเชื่อแหม่ ไม่อยากจะคิดว่าถ้าเปลี่ยนจาก ไรซ์ ไปเป็น แอนดี้ คาร์โรลล์ ล่ะก็จะมีสูตรยิงทีมเก่ารึเปล่า

ก็นั่นล่ะ กลายเป็นว่าโอกาสของเจ้าถิ่นดูดีมีราคากว่าผู้มาเยือน แถมครึ่งหลัง เยอร์เก้น คล็อปป์ ก็กว่าจะแก้เกมแถมแก้เกมส่ง เชอร์ดาน ชิคิรี่ มาก็นาทีราวๆ 69-70อีกทั้งยังเลือกใช้บริการ ดิว็อค โอริกี้ ลงสนามมาแทน โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่ โดยที่มี สเตอร์ริดจ์ นั่งรอคอยโอกาสอยู่

จริงๆ ‘หริด’ จะลงก็ได้นะเพราะ ลิเวอร์พูล ยังเหลือโควต้าเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีก 1 คนแต่ คล็อปป์ ก็ไม่ได้เลือกใช้งานซึ่งก็น่าจะเข้าใจได้ว่ายังเชื่อมั่นใน ซาดิโอ มาเน่ กับ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ในสนามอยู่เพียงแต่ว่าคราวนี้ทุกๆอย่างมันไม่ได้เข้าทางเหมือนเดิม ฟอร์มแชมป์กลับเลือนลางหายไปง่ายๆงี้ก็ได้เหรอ ?

ผมยังติดตากับจังหวะและโอกาสสุดท้ายในเกมของ โอริกี้ ที่หลุดเข้าไปโล่งๆแต่ทะลึ่งยิงตรงตัว ลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้ มันซะดื้อๆ เออ คือ โอริกี้ เนี่ยโอกาสลงสนามแกก็ไม่ค่อยจะมีอยู่แล้ว จังหวะของเกมมันขาดๆหายๆไปบ้างพอเข้าใจได้ แต่พลาดแบบนี้ก็น่าเสียดายจริงๆ

ลองคิดกันเล่นๆว่าถ้าหากเปลี่ยน สเตอร์ริดจ์ ลงไปและเป็นคนที่ได้รับโอกาสนั้นแทนล่ะ ?คงได้แต่คิดนั่นแหละ เพราะความจริงก็คือ “หงส์แดง” ได้เพียงแค่ 1 คะแนนไปแล้วและคะแนนดังกล่าวก็ทำให้พวกเขาหนี แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ออกไปเป็น 3 คะแนนเท่านั้น

มันกลายเป็นว่าโอกาสที่จะฉีกหนีแชมป์เก่า “เรือใบสีฟ้า” 2 ครั้ง 2 คราพวกเขาทำมันพังลงแบบน่าเขกกะโหลกตัวเองซะเหลือเกินจากจะกลายเป็น 7 ก็เหลือแค่ 5 จากจะกลายเป็น 5 ก็มาเหลือ 3 สถานการณ์มันบีบคั้นมากขึ้นเรื่อยๆซะงั้น พนันออนไลน์

ด้วยผลสกอร์แบบนี้มันก็พลันให้ผมคิดถึงบทสัมภาษณ์เชิงจิตวิทยาของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ภายหลังจากนำลูกทีมระเบิดฟอร์มกระทุ้ง อาร์เซน่อล ไป 3-1 เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาเหมือนกัน

เป๊ป ให้สัมภาษณ์เอาไว้ว่า “ผมอยากที่จะอยู่ในตำแหน่งของ ลิเวอร์พูล มากกว่าของเราในตอนนี้ซะอีก”

มันมีความกดดันเมื่อคุณเป็นผู้ตามหลัง ถ้าหากคุณเสียแต้มไปล่ะก็มันจะยากขึ้น แต่เมื่อคุณเป็นจ่าฝูงคุณมีระยะห่างมากพอและมันก็อาจจะแพ้ได้แล้วคุณก็ยังคงอยู่ในตำแหน่งเดิม”

“แน่นอนเราต้องการชัยชนะ หลังจากเกมแพ้ นิวคาสเซิ่ล ทุกๆคนคิดว่าเราคงตามหลัง 7 คะแนนไปแล้วเพราะใครๆก็คิดว่า ลิเวอร์พูล คงชนะ เลสเตอร์ ได้ อาจจะมีหลายๆสิ่งเกิดขึ้นหลังจากนี้จนถึงช่วงจบฤดูกาล มันเป็นเรื่องยากน่ะแหละซึ่งฟุตบอลมันไม่สามารถคาดเดาได้อยู่แล้ว วันนี้เราตาม 2 พรุ่งนี้เราอาจจะตามเป็น 3 หรือไม่ก็ 5 เหมือนเดิม”

“ผมไม่ได้คิดแต่เรื่องของ เยอร์เก้น และลูกทีมของเขา ตลอดการให้สัมภาษณ์พวกคุณต่างพูดว่า ‘กดดันใส่ ลิเวอร์พูล’ ไม่รู้ดิ เราจะต้องอยู่กับตัวเอง นั่นคือเป้าหมายที่เราจะต้องทำให้ได้เพื่อชัยชนะ แน่นอนผมคงไม่ปฏิเสธหรอกว่าอยากที่จะเห็น เวสต์แฮม เอาชนะ ลิเวอร์พูล ซึ่งผมก็คิดว่า ลิเวอร์พูล น่าจะอยากเห็นเราแพ้ อาร์เซน่อล มันเป็นเรื่องปกตินี่ ซึ่งผมคงไม่สามารถไปมีอิทธิพลอะไรกับเรื่องพวกนี้ได้”

เป็นไงล่ะ ? คำคมสุดๆไหมล่ะ เป๊ป ?

เออ คือถ้าชนะมาเนี่ยลูกทีมของเขาก็ไม่ได้กดดันอะไรแต่พอ ลิเวอร์พูล มาแพ้มันเปรียบเสมือนเป็นการปลุกเร้าอารมณ์ของ “เรือใบสีฟ้า” อยู่เหมือนกันนะ หากมองเผินๆมันเหมือนกับว่า เป๊ป โยนความกดดันมาที่ทีมตัวเอง เพราะเขาพูดชัดๆว่าในตำแหน่งของ ซิตี้ นั้นกดดันมากกว่าเพียงแต่ว่าภายในคำพูดเขานั้นมันไม่ใช่เลยแม้แต่น้อย

สงครามจิตวิทยาไล่ล่าแชมป์ยกนี้ดูเหมือนว่าฝ่ายสีฟ้าแห่งเมืองแมนเชสเตอร์จะเป็นผู้ชนะไปก่อนเพราะยิ่งเล่นแต้มยิ่งไล่บี้ ไม่ได้ไกลห่างออกไปจนเกินความสามารถสุดท้ายจะยังไง ? มันก็สุดแล้วแต่ว่า คล็อปป์ จะสามารถควบคุมสมาธิของลูกทีมได้ดีขนาดไหนเท่านั้นเอง อย่าลืมว่าพวกเขามีแต้มนำอยู่ 3 คะแนนตามที่ เป๊ป

บอกซึ่งตรงจุดนี้ “หงส์แดง” จะต้องพยายามก้าวข้ามอะไรเดิมๆที่เคยเกิดขึ้นมาตลอดในยุคที่ขึ้นชื่อว่ามีลุ้นแชมป์ของ ราฟา เบนีเตซ และ เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ทางเข้าSBOBET

ทั้งสองยุคมันก็คล้ายๆกันนั่นแหละกับการที่สมาธิของนักเตะแต่ล่ะคนหลุดกระเจิงออกไปดื้อๆและตัวผู้จัดการทีมเองก็ไม่สามารถดึงกลับเข้าฝั่งได้ทันจนไม่สามารถซิวแชมป์ พรีเมียร์ลีก ได้ซักที

หากลองมองดูประสบการณ์ของ ราฟา ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าใครใน พรีเมียร์ลีก ช่วงเวลานั้นหรือ ร็อดเจอร์ส ทีมของเขามี ‘SAS’ ที่สามารถทะลวงประตูคู่แข่งได้เป็นกอบเป็นกำ ทั้งสองยุคดังกล่าวลงเอยด้วยการเป็นรองแชมป์และในตอนนี้สาวก ‘เดอะ ค็อป’ อาจจะเริ่มเดจาวูเห็นภาพอะไรเดิมๆขึ้นมาบ้าง

หนทางยังอีกยาวไกลครับ ตอนนี้มันยังสรุปอะไรไม่ได้หรอก แม้มันจะมีกลิ่นอะไรที่รู้สึกได้ว่าบทสรุปสุดท้ายอาจจะออกมาเหมือนภาพวันวานก็ตาม

แทงบอลออนไลน์

ข้อความนี้ถูกเขียนใน Uncategorized คั่นหน้า ลิงก์ถาวร

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *